Identity Shift
(ตัวตนกับการเปลี่ยนแปลงนิสัย)
System Thinking (การคิดเชิงระบบ)
Habit Loop (วงจรนิสัย)
The 4 Laws (กฏ4ข้อ)
1 Percent Better (พลังของการเปลี่ยนแปลง 1%)
100

Identity-based Habit คืออะไร?

การสร้างนิสัยโดยเริ่มจากตัวตนที่อยากเป็น

100

System ต่างจาก Goal อย่างไร?

Goal คือเป้าหมายหรือสิ่งที่อยากได้ 

System คือสิ่งที่ทำเป็นประจำเพื่อไปให้ถึง

100

Habit Loop มี 4 ขั้นอะไรบ้าง?

Cue – Craving – Response – Reward

สิ่งกระตุ้น-ความอยาก-การตอบสนอง-รางวัล

100

Law 2: Make It Attractive ทำได้อย่างไรบ้าง?

- จับคู่นิสัย

- เข้ากลุ่มเพื่อสร้างเสริมนิสัยเชิงบวก

- มองนิสัยใหม่ในแง่ดี

100

1.01 ^ 365 หมายถึงอะไร?

การทำบางอย่างให้ดีขึ้นเพียง 1% ในแต่ละวัน

365 คือจำนวนวันในหนึ่งปี

ผลลัพธ์ที่คุณจะเก่งขึ้นกว่าเดิมประมาณ 37 เท่า

200

เปลี่ยนประโยคนี้ให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวตน “ฉันอยากออกกำลังกาย”

ฉันคือคนที่ดูแลร่างกายตัวเอง

200

ยกตัวอย่าง “ระบบ” สำหรับคนที่อยากอ่านหนังสือมากขึ้น

อ่านหนังสือวันละ 10 นาที หลังแปรงฟันก่อนนอนทุกวัน

200

อธิบายการติดมือถือด้วย Habit Loop

Cue: เหงา ๆ เบื่อ ๆ มีแจ้งเตือนเข้ามา

Craving: อยากรู้ว่าการแจ้งเตือนนั้นเกี่ยวกับอะไร

Response: หยิบมือถือขึ้นมาไถ

Reward: ได้ความบันเทิงและโดพามีนชั่วคราว

200

Habit Stacking คืออะไร พร้อมยกตัวอย่าง

การเชื่อมนิสัยใหม่ เข้ากับนิสัยเดิมที่ทำอยู่แล้ว

เช่น “หลังจากชงกาแฟ ฉันจะอ่านหนังสือ 1 หน้า

200

0.99^365 สื่อถึงอะไร?

ทำตัวแย่ลงเพียง 1% ในแต่ละวัน

365 คือจำนวนวันในหนึ่งปี

ผลลัพธ์คือ 0.03 หรือเราอาจสูญเสียทักษะหรือความก้าวหน้าไปเกือบทั้งหมด (เหลือแค่ 3% จากจุดเริ่มต้น)

300

ทำไมการพูดว่า “ฉันกำลังพยายามเลิกบุหรี่” ต่างจาก “ฉันเป็นคนไม่สูบบุหรี่”?

เพราะประโยคหลังสะท้อนการเปลี่ยนที่ตัวตน

ประโยคแรกเป็นความพยายามเปลี่ยนแปลงที่พฤติกรรม

300

ยกตัวอย่างระบบสำหรับคนที่อยากสุขภาพดี

-จะเข้านอนเวลา 22.00 น.และเดินอย่างน้อยวันละ 8,000 ก้าว

-งดน้ำหวานในวันทำงาน และออกกำลังกายทันทีหลังเลิกงาน 30 นาที

300

วิเคราะห์นิสัย “เลื่อนปลุกตอนเช้า” ตาม Habit Loop

Cue: เสียงนาฬิกาปลุก

Craving: อยากพักต่ออีกนิด

Response: กดเลื่อนปลุก (Snooze)

Reward: ได้ความสบายเพิ่มชั่วคราว

300

Temptation Bundling ต่างจาก Habit Stacking อย่างไร?

Habit Stacking = เอานิสัยใหม่ไปต่อท้ายกิจวัตรเดิม

Temptation Bundling = เอาสิ่งที่อยากทำ มาคู่กับสิ่งที่ควรทำ

300

อธิบาย The Valley of Disappointment

ความแตกต่างระหว่าง "ความคาดหวัง" กับ "ความเป็นจริง" ในช่วงเริ่มต้นสร้างนิสัย

400

"คนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 5 กิโล แต่กลับมาอ้วนเหมือนเดิมภายหลัง"อธิบายสิ่งนี้ด้วยแนวคิด Identity-based Habit

เขาบรรลุเป้าหมายในตอนแรกก็จริง แต่ตัวตนไม่ได้กลายเป็นคนที่ดูแลสุขภาพตัวเอง

400

พนักงานตั้งเป้าว่าจะทำคะแนนสอบโทอิกให้ได้ 600 คะแนน

ออกแบบ “ระบบ” ให้เขาคนนี้ที

ฝึกทำโจทย์วันละ 30 นาที จันทร์–ศุกร์ + ทำ Full Test ทุกวันอาทิตย์ และทบทวนพาร์ทที่ทำคะแนนได้น้อยทันทีหลังทำเสร็จ

400

ออกแบบ Habit Loop ใหม่สำหรับ “คนที่ใช้จ่ายอย่างมีสติ”

Cue: เจอของออกใหม่ที่กำลังอยากได้

Craving: อยากมีเงินใช้พอถึงสิ้นเดือนและเหลือเพื่อเก็บออม

Response: หยุดคิด 10 วินาที ถามตัวเองว่า “จำเป็นไหม?”

Reward: รู้สึกภูมิใจและเงินคงเหลือเพิ่มขึ้น

400

ยกตัวอย่าง Increase Friction ห้ามซ้ำกับที่พูดถึงไปแล้วในคลาส

-ลบข้อมูลบัตรเครดิต ที่บันทึกไว้ในแอปฯ หรือเว็บไซต์ช้อปปิ้งออกให้หมด ป้องกันการช้อปปิ้งออนไลน์แบบวู่วาม

-ถอดปลั๊กทีวี ถอดถ่านรีโมท ออกทุกครั้งหลังดู เพื่อให้การดูทีวี/ซีรีส์เป็นไปได้ยาก

400

อธิบายเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ “เครื่องบินเบี่ยงไปเพียง 3.5 องศา” 

การเปลี่ยนนิสัยเล็กๆ ในวันนี้เหมือนการปรับหัวเครื่องบินเพียงไม่กี่องศา การปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในตอนต้นจะส่งผลมหาศาลตอนท้าย

M
e
n
u