ตัวแปลภาษาประเภทนี้ จะทำการแปลโค้ดและทำงานทีละบรรทัดในระหว่างที่โปรแกรมรัน และถ้าหากเจอ Error ในบรรทัดที่กำลังทำงานอยู่ ก็จะหยุดทำงานทันที
Interpreter
ฟังก์ชันมาตรฐานนี้ทำหน้าที่รับค่าจากผู้ใช้งาน โดยค่าที่ได้ออกมาจะมีชนิดข้อมูลเป็นข้อความ (String) เสมอ หากต้องการนำไปคำนวณจะต้องทำการ Casting ก่อน
ฟังก์ชัน input()
นี่คือเครื่องหมายตัวดำเนินการคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า "Floor Division" ทำหน้าที่หารตัวเลขแล้วทำการปัดเศษทิ้งลงให้กลายเป็นจำนวนเต็ม
เครื่องหมาย //
นี่คือวิธีการจัดรูปแบบข้อความ (String Formatting) รูปแบบหนึ่งที่เริ่มใช้ตั้งแต่ Python 3.6+ โดยเขียนตัวอักษร "f" ไว้หน้าเครื่องหมายคำพูด ช่วยให้สามารถนำตัวแปรมาใส่ในวงเล็บปีกกา {} ได้โดยตรง
การเขียนแบบ f-string
ข้อผิดพลาดประเภทนี้ มักเกิดขึ้นเมื่อผู้เขียนโค้ดเขียนผิดรูปแบบไวยากรณ์ตามกฎของภาษา เช่น การลืมใส่เครื่องหมาย Colon (:) หลังการเขียนเงื่อนไข if
SyntaxError
เรากำลังเขียนโปรแกรมภาษาอะไรอยู่
Python
นี่คือค่าความจริงประเภท Boolean ที่จะได้กลับคืนมา เมื่อโปรแกรมทำการประเมินคำสั่ง bool(0)
False
ตัวดำเนินการ / จะให้ผลลัพธ์เป็น Float เสมอ ดังนั้น ผลลัพธ์และชนิดข้อมูลที่ได้จากการสั่ง print(20 / 4)
ค่า 5.0 (ชนิดข้อมูลแบบ Float)
รหัสตัวอักษรพิเศษ (Escape Character) ตัวนี้ เมื่อถูกใส่ไว้ในข้อความ String จะทำหน้าที่สั่งให้ข้อความที่อยู่ถัดไปทำการ "ขึ้นบรรทัดใหม่"
รหัส \n
เมื่อเราพยายามดำเนินการใดๆ ที่ไม่สามารถทำได้กับชนิดข้อมูลนั้นๆ เช่น การเอาข้อความ String ไปบวกเข้ากับตัวเลข Integer โดยตรงในคำสั่ง "IT" + 24 จะส่งผลให้ระบบแจ้งเตือนข้อผิดพลาดประเภทนี้
TypeError
จงอธิบายทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา (Fermat's Last Theorem)
เก่งมากครับ
คำสั่งอย่าง def, class, elif และ global จัดอยู่ในกลุ่มคำประเภทนี้ ซึ่งมีไว้ใช้เขียนเป็นโครงสร้างภาษาโดยเฉพาะ และห้ามนำมาตั้งเป็นชื่อตัวแปรเด็ดขาด
คำสงวน (Reserved Words / Restrict Words)
เป็นหลักการปัดเศษทศนิยมของฟังก์ชัน round() ในภาษา Python ซึ่งระบุว่า "ถ้าเศษเท่ากับ .5 ตัวเลขนั้นจะถูกปัดไปยังเลขคู่ที่ใกล้ที่สุด"
หลักการ Banker's rounding
หากต้องการใช้ f-string ใส่เครื่องหมายลูกน้ำคั่นหลักตัวเลข (เช่น เปลี่ยนจาก 10000 ให้แสดงผลเป็น 10,000) จะต้องเติมสัญลักษณ์ Modifier ตัวนี้ลงไปในวงเล็บปีกกาหลังชื่อตัวแปร
เครื่องหมาย :,
ตามหลักเกณฑ์ PEP-8 ข้อความอธิบายฟังก์ชันหรือโปรแกรมชิ้นนี้ จะต้องถูกเขียนไว้ในเครื่องหมายคำพูด 3 คู่ และต้องอยู่บรรทัดแรกสุดของโปรแกรมหรือฟังก์ชันเสมอเพื่อไม่ให้โดนตัดคะแนนคุณภาพโค้ด
DocString
การแข่งขันในการหา 3 คนที่ได้คะแนนเยอะสุด พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับตำแหน่งอะไร
จักรพรรดิ์
เนื่องจากกฎ Syntax ของ Python มีความละเอียดอ่อนในเรื่องตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (Case-sensitive) ดังนั้น ชื่อตัวแปรสามแบบนี้ ได้แก่ age, Age, และ AGE จะถูกนับว่าเป็นตัวแปรแยกกันทั้งหมดจำนวนเท่านี้ตัวแปร
3 ตัวแปร
การใช้เครื่องหมาย * กับข้อความจะเป็นการพิมพ์ข้อความนั้นซ้ำๆ (Repetition) แต่ถ้าเราเผลอใส่ตัวคูณเป็น Float เช่น "IT24_" * 5.0 จะทำให้เกิดข้อผิดพลาดประเภทนี้
ข้อผิดพลาดประเภท TypeError
สมมติกำหนดตัวแปร name = "Tae" หากเราสั่งแสดงผลในรูปแบบ f"Hey I'm {name:<05}" ข้อความผลลัพธ์ตรงช่องตัวแปรจะถูกจัดชิดซ้าย จองพื้นที่ 5 ช่อง และเติมเลข 0 ในช่องว่าง ซึ่งจะได้ผลลัพธ์หน้าตาเป็นข้อความนี้
ข้อความ "Tae00"
เป็นข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นภายในฟังก์ชันเท่านั้น เมื่อผู้เขียนโค้ดพยายามเรียกใช้งานหรือสั่งพิมพ์ค่าของตัวแปรตัวหนึ่ง ออกมาก่อนหน้าบรรทัดที่จะมีการกำหนดค่า (Assign value) ให้กับตัวแปรนั้นจริงๆ
UnboundLocalError
ชือเต็มของ KMITL ภาษาอังกฤษ
King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang
นอกจากชนิดข้อมูลหลักอย่าง Integer, Float, String และ Boolean แล้ว นี่คือโครงสร้างข้อมูลอีก 2 ชนิดที่ถูกระบุไว้ในสไลด์สรุปภายใต้หัวข้อ "Other Types"
List และ Tuple
หากคำนวณตามลำดับความสำคัญของเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ (หลักการ PEMDAS) ผลลัพธ์สุดท้ายของสมการ 1 + 24 / (2 + 2) * 2 + 2 2 - 2 จะมีค่าเท่ากับเลขทศนิยมนี้
ค่า 15.0
ตัวดัดแปลง (Format Modifier) ตัวนี้ใช้ภายใน f-string กับตัวแปรชนิด int และ float เพื่อคูณค่านั้นด้วย 100 แล้วเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลให้ออกมาเป็นค่า "ร้อยละ" หรือเปอร์เซ็นต์
เครื่องหมาย :%
ตามมาตรฐานสไตล์การเขียนโค้ดที่ดีของ PEP-8 เพื่อป้องกันปัญหา "Too Many Variables" ผู้เขียนโค้ดไม่ควรทำการประกาศตัวแปรขึ้นมาใช้งานมากเกินกว่าจำนวนเท่านี้ตัว ภายในฟังก์ชัน 1 ฟังก์ชัน
15 ตัวแปร